SF.- AU
Title : My Prince
Paining : xs
ปล. ฟิคเรื่องแรกที่แต่ง ถ้าภาษาไม่สวยขออภัยมา ณ ที่นี้
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสาวน้อย (?) แสนสวยผู้น่าสงสารนาม สคอลโล่ร่า ลูกสาวของตระกูลวาเรีย อัครมหาเศรษฐีแห่งประเทศวองโกเล่ แต่เมื่อสิ้นบุญเจ้าคุณพ่อดีโน่ไปได้ไม่นาน ภรรเมียคนใหม่ของเจ้าคุณพ่อนาม เคียวซีเรีย พร้อมด้วย พี่สาวต่างบิดา-ต่างมารดา ยาโมะพีเซีย และ โกคุโฮเมียร์ ก็เริ่มออกลายยึดทรัพย์สมบัติไปหมด เหลือไว้แต่ดาบยาว 1 เล่ม ของดูต่างหน้าท่านพ่อที่เคารพเท่านั้น
"เซ็งโว้ย!!! ทำไมฉันต้องมาเช็ดถู กวาดบ้านด้วย เดี่ยวก็แทงตายดับให้หมดบ้านเลยเนี้ย" สคอลโล่ร่าบ่นไปพลางถูบ้านไปพลางอย่างหมดกำลังใจ
"อย่าพูดมาก ฉันไม่มีเวลาฟังแกพล่ามทั้งวัน วันนี้คนรับใช้ไม่มี ไปโรงพยาบาลกันหมด ออ!อย่าไปสุมหัวกับคนใช้อื่นให้ฉันเห็นนะ ไม่งั้นนายโดนขย้ำตายแน่" เคียวซีเรีย ที่บังเอิญผ่านทางมาพร้อมเช็คเลือดคนใช้ที่บังอาจสุมหัวต่อหน้าตนบนทอนฟา เปรยเตือนด้วยความหวังดีก่อนที่จะเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
... ไม่ได้กลัวทอนฟาแกหรอกโว้ย แต่กลัวสายสัมพันธ์ระหว่างแกกับคนแต่ง (แฟนคลับ 18 ) มากกว่า ขืนฮือ ตูก็ไม่รอดจากการโดนกดสิฟะ ...
สคอลโล่ร่าได้แต่บ่นในใจ ไม่กล้าตะโกนออกไป เพราะรู้ดีว่าถ้าไปหาเรื่องกับเคียวซีเรียจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเคะตัวน้อยๆของตน ร่างบางย่อมตัดใจก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปโดยไม่ปริปากบ่น
"ท่านแม่เจ้าค้า !!!!!!!! ท่านแม่อยู่ไหน ข่าวใหญ่ค่า "โกคุโฮเมียร์วิ่งลงบันไดพร้อมตะโกนก้องด้วยเสียงที่ดังครอบบ้านขนาด 4 ไร่ ก่อนจะโดนทอนฟ่าของผู้ที่ตนตามหาอยู่ฟาดเข้าเต็มหน้า พร้อมเสียงลอยตามลมก่อนสิ้นสติของท่านแม่ที่เคารพว่า "หนวกหู" ส่วนสคอลโล่ร่านั้นหาได้ใส่ใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะถือว่าธุระไม่ใช่
หลังต้องซับเลือดกำเดาอยู่พักหนึ่ง โกคุโฮเมียร์ ก็พอที่จะมีสติเปิดปากได้อีกครั้ง "มีจดหมายจากพระราชวังวองโกเล่มาว่า รุ่นที่ 10 เอ้ย เจ้าชายสึนะโยชิ จะมีการจัดปาร์ตี้เลือกคู่ครองค่ะ ว้ายตายแล้ว !!! พระคริสต์ช่วย ยังไม่มีชุดสวยๆใส่เลย" โกะคุโฮเมียร์ เริ่มกลับมาใช้เสียงขนาด 800 หลอดอีกครั้งก่อนจะเบาลงได้เมื่อเคียวซีเรียยกทอนฟ่าขึ้นมาขู่ "ท่านแม่เจ้าค่า ฟาดไปบ่อยๆ สมองมันก็เสื่อมได้เหมือนกันนะค่ะ"
"คราวนี้เล่นอะไรกันอีกละค่ะ เสียงน้องโกคุดังลั่นไป 3 บ้าน 8 บ้านแล้ว " ยาโมะพีเซีย เดินเข้าบ้านพร้อมไม้เบสบอลที่พึ่งไปซ้อมหวดที่สวนมาหยกๆ แต่ท่านแม่ที่เคารพยังไม่ได้ให้ความสนใจคนมาใหม่มากนัก เพราะกำลังจับใจความในจดหมายอยู่
"ยาโมะพีเซียกับโกคุโฮเมียร์ คืนนี้เตรียมตัวไปงานเลี้ยงได้" เคียวซีเรียเอ่ยเสียงเฉียบขาด แต่ไม่ต้องรอให้จบประโยค โกคุโฮเมียร์ ก็วิ่งออกไปแล้วถึงหน้าบ้าน พร้อมไม่ลืมฉกกระเป๋าตังก์ของคุณแม่ที่เคารพไปด้วยแล้ว
"ไม่ไปไม่ได้หรือค่ะ วันนี้มีถ่ายทอดสดชิงชนะเลิศเบสบอลจากอเมริกา" ยาโมะพีเซียบ่นออดแอ็ดพร้อมสายตาสอดส่องหาทางหนี ถ้าท่านแม่เกิดบ้าเลือดกับคำตอบที่ได้รับไป
"เป็นงานคัดเลือกคู่ครองของเจ้าชายสึนะนะ" คราวนี้ยาโมะพีเซียได้เวลาวิ่งออกไปบ้าง พร้อมตะโกนก้องให้น้องสาวที่วิ่งนำหน้าไปร้านเสื้อผ้าก่อนแล้วรอด้วย
ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้นสาวน้อยสคอลโล่ร่าได้แต่นั่งถูบ้านอยุ่นิ่งๆ ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลง เคียวซีเรีย มองลงมาสบตาสีวารีคู่สวย พร้อมสายตาเหยียดหยามสุดฤทธิ์ " คงไม่ต้องบอกนะว่าใครจะต้องเฝ้าบ้าน แล้วถ้ากลับมาบ้านมีฝุ่นแม้แต่นิดเดียว แกตายแน่"
"เรื่องไร ฉันก็จะไปด้วยสิ เขาเชิญผู้หญิงสาวทุกคนนะเมืองนะโว้ย" สคอลโล่ร่าผู้มีนิสัยไม่ว่าอย่างไรขอข้าโว้ยก่อน ยังไม่ยอมแพ้ แต่เมื่อ เคียวซีเรีย ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมกดเบอร์หาผู้เขียน สติที่เคยหลุดออกไปเริ่มกลับเข้าร่างอีกครั้ง ร่างโปร่งรีบแย่งโทรศัพท์ก่อนที่จะต่อสายสำเร็จ (เกือบไปแล้วตู)
หลังสงครามการทำความสะอาดบ้านที่มีจำนวนห้องมหาศาลจนนับไม่ถ้วนเสร็จสิ้น ฟากฟ้าก็ทอสีแดงแสดงว่าถึงยามเย็นแล้ว สคอลโล่ร่าเดินอย่างเหนื่อยอ่อนลงมาที่หน้าประตู และต้องเผชิญกับ 3 แม่ลูกสุดแสบที่กำลังเตรียมตัวไปงานเลี้ยงพอดี
"อ้าว สคอลี่จังไม่ไปงานเลี้ยงหรือจ้ะ ลืมไปอย่างไงก็คงไม่มีชุดสวยๆใส่สินะ" โกคุโฮเมียร์ มองไปที่ผ้ากันเปื้อนที่ขมุกขมอมไปด้วยฝุ่นจากการทำความสะอาด
"น้องโกคุ ก็อย่าไปแกล้งสคอลี่จังสิจ้ะ ไม่ต้องห่วงนะจ้ะ เดียวพอฉันได้เป็นคู่ครองของเจ้าชายสึนะ แล้วฉันจะแต่งตั้งเธอเป็นหัวหน้าแม่บ้านประจำปราสาทเลย" ยาโมะพีเซีย เสริมก่อนที่จะก้าวขึ้นรถม้าที่มารอรับตามโกคุโฮเมียร์ไปติดๆ
"อย่าลืมที่สั่งไว้ละ" เคียวซีเรียเสริมก่อนที่จะแกล้งชูมือถือขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่รถม้าจะเคลื่อนที่ไป
"เออ ขอให้ไปดีมาดี สำลีแปะหัวกันทุกคนเลยนะเว้ยเฮ้ย" สคอลโล่ร่าตะโกนไล่หลังรถม้าไปอย่างคับแค้นใจ
หลังจากที่ต้องนั่งกินข้าวคนเดียว สคอลโล่ร่ากลับมาล้มตัวลงนอนบนเตียง ก่อนที่จะหยิบดาบของดูต่างหน้า พร้อมระลึกถึงอดีตคำพูดสุดท้ายของเจ้าคุณพ่อดีโน่ที่เคารพ (?) ก่อนที่จะตกบันไดหัวฟาดพื้นตาย
"สมบัติชิ้นนี้ เป็นสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในบ้านนี้ ถ้าวันได้ลูกมีเรื่องเดือดร้อนให้เอาเหรียญทองมาถูตรงด้ามดาบนะลูกแล้วหนทางแก้ไขปัญหาจะปรากฎ"
เมื่อหมดสิ้นความหวัง บางครั้งคนเราก็ยอมเชื่อในสิ่งลมๆแล้งๆ สคอลโล่ร่าลองเอาเหรียญทองเหรียญสุดท้ายที่ติดกระเป๋าอยู่ มาถูที่ด้ามดาบ แต่ทุกสิ่งยังอยู่ในภาวะเงียบสงบ
"ไร้สาระ ฉันทำอะไรวะเนี้ย" สคอลโล่ร่าถอนใหญ่ก่อนที่จะโยนดาบสำคัญทิ้งไปบนเตียงและล้มตัวลงนอนข้างๆอีกครั้ง
ฉับพลันทันได้ ก็ปรากฎแสงเรืองรองออกมาจากด้ามดาบพร้อมปรากฎกายทูตจิ้วหน้าเงิน มาม่อน "ทุกทีให้ 100 เหรียญ ทำไมคราวหน้ามาแค่เหรียญเดียวว่ะ"
สคอลโล่ร่าตกใจสุดขีด ก่อนคว้าดาบยาวยื่นไปที่ร่างเล็ก "เฮ้ย แกเป็นใคร อย่าเข้ามานะโว้ย ไม่งั้นพ่อฟันขาดเป็น 2 ท่อนแน่"
"แกเป็นใครว่ะ แล้วนี้ไอ้ดีโน่ไปไหนเนี้ย" มาม่อนถามอย่างไม่สนใจความคมของดาบที่จ่อหน้าตัวเองอยู่
"รู้จักพ่อฉันด้วยหรือ" ดาบยาวเริ่มลดระดับจากใบหน้าทูตจิ๋ว หลังคนตกใจได้ยินชื่อคุณพ่อที่เคารพ
"แกเป็นลูกมันหรือ มันใช้บริการฉันบ่อย ช่างมันเถิดฉันไม่สนว่าแกเป็นใครแต่เรียกฉันว่าต้องการใช้บริการอะไรไม่ทราบ"
"ใช้บริการ ? ฉันไม่ได้เรียกอะไรมาสักอย่าง"
"นี่แกไม่รู้หรือว่า ดาบเล่มนี้เป็นศูนย์ติดต่อกับ สมาคมทูตเนรมิตฝัน เพียงเอาเงินค่าจ้างมาถุที่ด้ามดาบเท่านั้น ว่าแต่แกจะขออะไร เวลาเป็นเงินเป็นทอง เดี่ยวก็คิดตังก์เพิ่มหรอก แต่ห้ามขอเงิน ขอให้คนตายคืนชีพ หรือขอเสะสักคนนะโว้ย" มาม่อนเตือน (ว่าแต่ว่าอันสุดท้ายมันส่อๆอยู่นะ)
"ฉันอยากไปงานเลี้ยง ขอชุดสวยๆ ขอรถม้า ฉันอยากเจอเจ้าชายของวองโกเล่ที่ปราสาท" ฉลามเอ่ยความคิดแรกที่คิดออกมาทันที
"เดียวนะขอคิดก่อนว่าคุ้มกับค่าจ้างมั้ย" หลังกดเครื่องคิดเลขอันโตที่ติดมาก็เป็นอันตกลงทำสัญญาเป็นที่เรียบร้อย
"ตกลง แต่มีข้อแม้ว่าต้องกลับบ้านก่อนเที่ยงคืน ไม่งั้นทุกสิ่งทุกอย่างจะหายไปทั้งหมด" พริบตานั้นเอง แสงจ้าก็สว่างทั่วห้อง ร่างบางลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบตัวเองสวมชุดราตรีสีฟ้าแกมขาวสั้น รับกับผลสีเงินที่ยาวสลวยถึงหลัง ผ่าหน้า ผ่าหลัง ผ่าข้าง ผ่าพร้อมๆกัน (จะตลกไปไหนเนี้ย เอาแค่ผ่าหน้าละกัน) อวดเรียวขายาวสมสัดส่วน บนรองเท้าแก้วใสกระจ่าง พร้อมออปชั่นหางแมว และหูแมวสีขาวบริสุทธิ์
"เฮ้ยยยยยยยยยยย ฉันไม่ใช้แมวนะ ไม่เอาหูกับหาง เอาออกไป แล้วทำไมต้องหมดตอนเที่ยวคืนด้วยละ"
"สวยแล้วอย่างบ่น ส่วนที่หมดเที่ยงคืนนะเพราะแกให้ค่าจ้างแค่ 1 เหรียญนี้หว่า มันก็ได้แค่เนี้ยละ รถม้ารอแกอยู่ข้างนอกแล้ว"
เมื่อเดินออกไปที่ลานหน้าบ้าน สคอลโล่ร่าหวังจะพบกับรถม้าแสนสง่างามที่รอเทียบท่าอยู่ แต่ภาพตรงหน้ากลับเป็นเพียงลุงแก่ๆ กับรถสามล้อคู่ชีพรออยู่เท่านั้น
"เฮ้ย แล้วมันจะไปทันได้ไงวะไอ้คุณทูต งานมันเริ่มไปแล้วนะ"
"จริงของแก งั้นเปลี่ยนให้ใหม่ " มาม่อนโบกเครื่องคิดเลขในมืออีกที่หนึ่ง ก่อนที่รถสามล้อ พร้อมลุงแก่จะเปลี่ยนเป็น เฟอร์รารี่ สีแดง รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมคนขับสวมมงกฎ
"อภินันทนาการพิเศษ เพราะเจ้าดีโน่มันเงินถึงกับฉันมานานแล้ว ไปละอย่าลืมเที่ยงคืน สัญญาหมด และอย่าหักโหมมากนักล่ะ" ทูตจิ้วหน้าเงิน มาม่อน เลื่อนหายออกไปในอากาศ
"สคอลโล่ร่าจะไปไหน เดียวเจ้าชายไปส่ง รับรองถึงที่หมายปลอดภัย ชิชิ " เจ้าชายนักขับรถเอ่ยหยอกล้อกับฉลามหางแมวก่อนที่จะผลักเข้ารถ
"ไปปราสาทวองโกเล่ แบบด่วนพิเศษด้วย"
"จัดให้" ทันใดนั้น เฟอร์รารี่รุ่นใหม่ พุ่งออกไปด้วยความเร็ว แบบไม่ได้คำนวนว่าจะต้องเสียค่าน้ำมันเท่าไร แล้วไม่นานสคอลโล่ร่าก็พบว่าตัวเองอยู่หน้าปราสาทสีดำทมิฬ แสนสวยที่อยู่ติดทะเล แม้ว่าฉลามน้อยจะไม่เคยไปที่ปราสาทของวองโกเล่ แต่รู้ว่าปราสามควรอยุ่บนภูเขา มากกว่าทะเล
"ไอ้เวร พาฉันมาที่ไหนเนี้ย ฉันจะไปปราสาทวองโกเล่" ฉลามตะโกนเสียงดังกลบเสียงคลื่นกระทบฝั่งมิด
"ก็ปราสาทวองโกเล่ไง หมดธุระของเจ้าชายแล้วไปละ สวอลโล่ร่าก็ระวังตัวด้วย ระวังพรุ่งนี้เช้าจะลุกไม่ขึ้น ชิชิชิชิ" ยังไม่ทันทีสคอลโล่ร่าจะพูดประโยคต่อไป เจ้าชายก็จากไปอย่างรวดเร็วกับเฟอร์รารี่คันหรู พร้อมคำสั่งเสีย เอ้ย คำบอกลาแปลกๆ แต่ตอนนี้สคอลโล่ร่าไม่ได้แอะใจสักนิดกับคำบอกลา เพราะกำลังวิตกว่าตัวเองอยู่ไหน และจะเอาชีวิตรอดไปได้อย่างไง
หลังจากถูกทิ้งยืนอยู่คนเดียว ฉลามก็คิดได้ว่ายืนอยู่ก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นมา สู้ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า จึงตัดสินใจเคาะประตูปราสาทสีดำ หวังเพียงคนใจบุญที่จะพากลับบ้าน แต่ไม่มีสัญาณตอบรับจากภายในจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปเอง
ปรากฎภาพปราสาทกว้างใหญ่ที่ดูน่ากลัวคล้ายปราสาทท่านแดร็กคิวร่า ประตูหน้าของปราสาทใหญ่แง้มน้อยๆ ราวเชื้อเชิญให้เข้าไปด้านใน ร่างบางมองซ้ายขวาเห็นไม้หน้า 3 ตกอยุ่ริมสนามจึงคว้าขึ้นมา ก่อนทำใจกล้าย่องเข้าไปด้านใน
"สวัสดี เฮ้ มีใครอยู่บ้าง ส่งเสียงตอบหน่อยสิว่ะ" ด้วยเสียงที่ปลุกผีได้ทั้งป่าช้า ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเกิดขึ้น ฉลามเดินค้นหาไปตามห้องต่างๆ แต่ก็เจอเพียงความว่างเปล่า ร่าบางเดินขึ้นบรรไดไปเรื่อยๆ จนถึงชั้น 3 ของปราสาทจึงได้พบห้องนอนหรูที่ตกแต่งอย่างสวยงาม จะมีสิ่งที่แปลกปลอมก็เพียงขวดเหล้าที่วางทิ้งเกลื่อนกลาดทั่วบริเวณ
"สงสัยว่าจะมีงานเลี้ยงกันแล้วพึ่งเลิกมั้ง"
สำรวจไปอีก 3 ห้องที่อยุ่ติดกัน ก็ไม่พบสิ่งที่เรียกว่าปกติเลย ห้องแรกมีมงกฎ พร้อมมีดสั้นจำนวนมากวางอยู่เต็มพื้นที่ ส่วนห้องที่ 2 มีคนเอารูปเงิน สมุดธนาคาร กระดานหุ้น เป็นวอล์เปเปอร์แปะเต็มไปหมด ส่วนห้องสุดท้ายที่เข้า สยองขวัญสั่นประสาทที่สุด เพราะห้องทาด้วยสีม่วงและเขียวอย่างละครึ่ง และมีรูปแชมส์เบี้ยนมวยโลกชื่อดังของประเทศ " ซาซางาวะ เรียวเฮ" พร้อมตุ๊กตาเท่าตัวจริง วางอยู่บนเตียง
หลังจากที่สำรวจห้องเกือบทั้งหมด แล้วไร้ซึ่งสิ่งที่เรียกว่า สิ่งมีชีวิต สคอลโล่ร่าตัดสินใจจะออกจากปราสาทไปหาความช่วยเหลือที่อื่น ฉับพลันนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นประตูบานใหญ่ที่สุด สุดทางเดิน ที่ยังไม่ได้สำรวจ
"เอาว่ะ ไหนๆก็ดูหมดแล้ว ดุอีกห้องจะเป็นไรไป" สคอลโล่ร่าเดินไปเปิดประตูห้องสุดท้าย ที่อยู่สุดทางเดินอย่างช้าๆ
ภายในห้องกว้าง ใหญ่เหมือนเป็นสถานที่ประชุม มีหลังคาโดมกระจกโอบล้อมพื้นที่ รอบข้างมีเก้าอี้วางอยู่อย่างเป็นระเบียบ ทอดยาวไปถึงบัลลังก์ใหญ่ที่อยู่ตรงกลางสุดห้อง และบนบัลลังก์ก็มีชายหนุ่มร่างใหญ่กึ่งนั่งกึ่งนอน ดวงตาสีแดงกำลังทอดอารมณ์มองดูดวงจันทร์เต็มดวงอย่างไม่รับรู้ถึงบุคคลที่เข้ามาใหม่ สคอลโล่ร่าหยุดหายใจเมื่อเห็นภาพดังกล่าวไป 2-3 วินาที ก่อนที่จะตั้งสติเอ่ยเสียงออกมา
"สวัสดี เราหลงทางมา รบกวนขอความช่วยเหลือหน่อยได้มั้ย" แทนคำตอบเปลวไฟสีแดงของเพลิงพิโรธจากฝ่ามือร่างสูง กลับพุ่งผ่านหน้าสวอลโค่รีร่าไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ผ่าเก้า
"ถามดีๆนะโว้ย ตูผมยาวด้วย ถ้าไหม้ไปจะทำอย่างไร" กลัวตายยังน้อยกว่ากลัวผมไหม้ ฉลามตะคอกกลับแบบลืมสมบัติผู้ดีหมดสิ้น แต่พอไปยืนเสียงดังตุ้บ มองย้อนไปด้านหลังก็พบมือสังหาร 2 คน ไหม้เป็นตอตะโกชนิดไม่ต้องณาปนกิจซ้ำให้เสียเวลา
"เดินออกไปนอกปราสาท เลี้ยวซ้าย 100 เมตร จะเจอตู้ขายเหล้าอัตโนมัติ ไปซื้อมาให้หน่อยสิ" ร่างสูงเอ่ยขึ้นพร้อมโยนกระเป๋าเงินมาให้ ทั้งทีจะไม่ได้ก้มหน้าลงมาจากฟากฟ้ายามค่ำคืน
ทำไมตูต้องไปด้วยวะ ... ยังไม่ทันได้เอ่ยเสียงแค่เป็นความนึกคิดอยุ่ในใจ แต่ดูเหมือนร่างสูงจะรู้ไปถึงความรู้สึก มือก็เริ่มมีแสงของเพลิงพิโรธขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้ผู้ที่ได้แต่คิดจำเป็นต้องวิ่งออกไปตามคำสั่งแต่โดยดี
"เอ้า" ไม่นานนักฉลามหางแมวก็กลับมาพร้อมเหล้าทั้งหมดที่มีอยู่ในตู้ขาย (อย่าสนใจว่าศพมือสังหารหายไปไหน เพราะมันเป้นเรื่องที่แต่งขึ้นจ้า)
"ว่าแต่ว่า ไอ้สวะเนี้ยเป็นใครว่ะ" ดวงตาสีแดง ก้มลงมามองสาวน้อย ชุดฟ้า พร้อมออปชั่นเสริมหูและหางแมว
(มันใช้ไปซื้อของ แต่ไม่รู้ว่าตูเป็นใครเนี้ยนะ ทำไปได้ ) แม้ในหัวจะคิดอีกอย่าง แต่ด้วยสมบัติผู้ดีมีชาติตระกูลอันน้อยนิด ทำให้สคอลโล่ร่าจำใจเอ่ยวัตถุประสงค์อีกครั้ง "เราชื่อ สคอลโล่ร่าอยู่ในเมืองวองโกเล่ แต่ตอนนี้หลงทางมา อยากขอความช่วยเหลือจากท่านหน่อยได้มั้ย"
ดวงตาสีแดงมีแววงุนงงล็กน้อย ก่อนที่จะถือวิสาสะดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดอย่างแรง จนได้ยินเสียงร่างกระทบกัน แถมยังหยอกล้อกับหูและหางแมวอย่างไม่ยอมหยุด
"หูกับหางนี้ของจริง หรือเปล่า"
"ปล่อยนะโว้ย ปล่อยสิ บอกให้ปล่อย จะทำอะไรนะ อย่า ....... อา " สคอลโล่ร่าตกใจสุดขีด พยายามจะดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดแกร่ง ที่ดูเหมือนจะเป็นความพยายามเอาไม้ซี่ไปงัดไม้ซุง ร่างสูงไม่ได้สะทกสะทานต่อแรงต้านที่เกิดขึ้น แถมยังขบหูเรียกอารมณ์ให้ร่างบางพร้อมกันไปอีก
ด้วยอารามตกใจและห่วงสวัสดิภาพทางร่างกายตัวเองอย่างฉับพลัน สคอลโล่ร่าชักดาบยาวของดูต่างหน้าเจ้าคุณพ่อดีโน่สุดที่รัก (อย่าถามนะว่า เก็บไว้ที่ไหน เพราะคนแต่งก็ไม่รู้เหมือนกัน) ขึ้นมาหวังขู่อีกฝ่ายให้ถอยออกไป แต่ผลดูเหมือนจะเลวร้ายลง เพราะอีกฝ่ายดูเหมือนจะรู้แกวอยู่แล้ว จึงปัดดาบออกจากมือบางได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
" เฮ้. ..... " ฉลามน้อยผุ้ไม่ทันโลก ร้องขึ้นมาอย่างเสียขวัญ แต่นั้นกลับเพิ่มความเลวร้ายให้กับสวัสดิภาพทางร่างกายของตัวเอง เพราะร่างสูงถือโอกาสมอบจุมพิตร้อนแรงแทบละลาย รวมทั้งยังถือสิทธิ์เข้าไปชิมความหอมหวานในปากอย่างกระหาย จูบที่เนิ่นนาน เรียกร้อง ซ้ำแล้วซ้ำอีก จากบางเบากลับเป็นเร่าร้อนและก็กลับเป็นบางเบาสลับไปมา ส่งผลคล้ายยาที่ทำให้สติที่เคย (เหมือนจะ) มีของร่างบางก็พลันหายไปไม่รับรู้สิ่งอื่นใดในโลกอีกต่อไป
ความรู้สึกตัวกลับมาอีกครั้ง เมื่อกระโปรงสั้นผ่าหน้าชุดสวย ดูเหมือนจะถูกรั้งขึ้นไปสูงกว่าที่เคย แม้ว่าอีกอีกฝ่ายจะยังไม่ละจูบออกไปง่ายๆ ร่างบางตัดสินใจกัดแรงๆไปที่ริมฝีปากของผู้รุกร้าน ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกระทันหันทำให้ร่างบางสามารถผลักตัวหนีพ้นอ้อมกอดออกมาได้ในที่สุด
"ถ้าชอบความรุนแรงก็บอกสิ ฉันจะได้ตามใจถูก" เจ้าของดวงตาสีแดง พูดพร้อมเอานิ้วแตะไปที่บาดแผลที่ปากซึ่งร่างบางเป็นผู้กระทำ ก่อนที่จะยืนมือมาหมายกระชากผมยาวสีเงินดึงกลับเข้าไปในอ้อมกอด
แน่นอนว่าสคอลโล่ร่าไม่รอให้ถูกกดซ้ำสอง ฉลามน้อยรีบผลักและหันตัวกลับไปวิ่งไปที่ประตูทางออกอย่างรวดเร็ว แต่เหมือนฟ้าส่ง สวรรค์แกล้ง หลังการนั่งรถ ประสบการณ์เฉียดตาย การออกไปซื้อเหล้า และจูบอันเนิ่นนาน ก็ทำให้เวลาล่วงเลยมาจนเที่ยงคืน นาฬึกาที่มีอยุ่ในมุมใดมุมหนึ่งของปราสาท ส่งเสียงดัง 12 ครั้งติดต่อกัน พร้อมกับคำเตือนของมาม่อนที่ก้องอยู่ในหัวของฉลาม "กลับบ้านก่อนเที่ยงคืน ไม่งั้นทุกสิ่งทุกอย่างจะหายไปทั้งหมด"
ชุดราตรีแสนสวย หูและหางของแมว พร้อมรองเท้าแก้ว หายไปกับอากาศ ทิ้งให้เจ้าของร่างงามยืนโดดเด่นบนชุดชั้นใน ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่องมาจากเบื้องบน เหมือนนางฟ้า (นายฟ้า) บนสวรรค์ ความตกใจจากการที่เห็นตัวเองเหลือผ้าติดตัวอยุ่ไม่กี่ชั้น ทำให้สคอลโล่ร่าลืมการหนีเอาชีวิตรอดไปชั่วคราว จนคนที่วิ่งตามมาข้างหลังไล่ทันในที่สุด
"มีกลใหม่เร้าอารมณ์ให้ด้วยหรือเนี้ย" เสียงพึมพำที่ดังจากข้างหลัง เรียกความรุ้สึกตัวของฉลามกลับมา แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว เพราะมือทั้งคู่ถูกพันธนาการไว้ด้วยกุญแจมือ รวมถึงร่างใหญ่ที่ออกแรงไม่มากเพื่ออุ้มร่างเล็กขึ้นมา และสงบเสียงโวยวายที่ตามมาด้วยริมฝีปากร้อนแรงของตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่จะประคองร่างทั้งคู่เข้าไปยังห้องนอน ซึ่งเป็นห้องแรกที่สคอลโล่ร่าสำรวจ
ร่างงามบนผ้าน้อยชิ้น ถูกโยนอย่างไม่ใยดีบนเตียงนอนขนาดใหญ่ และถูกผูกกุญแจมือกับหัวเตียงอย่างแน่นหนาเพื่อการหลบกั้นหนี ก่อนที่ร่างสูงจะตามมาประกบแบบไม่ห่าง พร้อมจุมพิตเส้นผมยาวสลวยของอีกฝ่าย "ทำไม่ฉันถึงซวยขนาดนี้นะ ฉันแค่อยากไปงานเลี้ยงของเจ้าชายเท่านั้นเอง" เมื่อรู้ตัวแล้วว่าคงทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ฉลามน้อยก็ได้แต่เวทนาในชะตากรรมความซวยของตัวเอง
"ก็ดีแล้วนี้ อย่างน้อยนายก็สมความตั้งใจในการเจอเจ้าชายแล้วอย่างหนึ่ง" ร่างสูงที่เหมือนจะขมักเขม่นกันการจุมพิตร่างคนที่อยู่ใต้ ยังอุตสาห์ได้ยินเสียงบ่นพึมพำ "เพราะฉันคือ แซนซัน เจ้าชายอันดับหนึ่งของวองโกเล่"
"อะไรนะ!!!" นั้นคือประโยคสุดท้ายที่จับใจความได้ที่ออกมาจากสคอลโล่ร่าตลอดคืนนั้น
หลังจากนั้นสคอลโล่ร่าก็มีความสุขจากการถกเจ้าชายแซนซั่นกดสืบไป
.......................................................................................
ตัดฉากมาที่บาร์ในเมืองวองโกเล่
มาม่อน กับเจ้าชายน้อยเบล กำลังนั้นดวลเหล้าที่มาม่อนต้มเอง
"กำไรเห็นๆ " ทุตน้อย หน้าเงินยิ้มหน้าบาน พลางนับเงินที่อยู่ในถุง
"มาม่อนได้กำไรไปตั้งเยอะ ไม่เห็นแบ่งเจ้าชายเลย เจ้าชายก็ทำหน้าที่เป็นคนขับรถไปส่งนะ" เบลโวยวายขอส่วนแบ่งจากภารกิจที่ทำบ้าง
"แต่ฉันเป็นต้นเรื่อง นายเอาส่วนแบ่งไปแต่นั้นก็ดีอยู่แล้ว" มาม่อมปฎิเสธ พลางคิดไปถึงตอนที่สคอลโล่ร่าเรียกตัวเองออกมา ช่างพอดีกับที่กำลังกลุ้มใจว่าจะทำอย่างไงดีกับคำขอของเจ้าชายแซนซัสที่ให้พาสคอลโล่ร่าไปหาที่ปราสาทริมทะเล
งานนี้เขาไม่ผิด ไม่ว่าใครก็จะมาเรียกเงินคืนกับเขาไม่ได้ทั้งนั้น เพราะสคอลโล่ร่าเป็นฝ่ายที่ขอไม่เครียล์เอง ก็บอกว่าอยากไปหาเจ้าชายของวองโกเล่แต่ไม่ได้บอกว่าคนไหนเองนี้หว่า อิอิ แถมเจ้าชายก็จ่ายค่าจ้างงามสุดๆ เลยบริการพิเศษหลังการขายด้วยออปชั่นหูกับหางแมวเข้าไปด้วย เผื่อวันหลังจะได้ใช้บริการกันอีก
............................................................................................................
ส่วนที่บ้านตระกูลวาเรีย
"ทำงี้ได้ไง นี้มันเกิดอะไรขึ้น" ยาโมะพีเซีย บ่นเสียงดังทันทีเมื่อถึงบ้าน
"นั้นสิค่ะ ท่านแม่ ลูกไม่ยอมด้วยนะค่ะ อยู่ๆ เจ้าชายสึนะจะหนีออกไปนอกปราสาทพร้อมผู้ชายได้ไง โกคุไม่ยอม โกคุไม่ยอม " หลังเห็นพี่สาวโวยวายได้ ความกลัวทอนฟ่าในมือหม่อมแม่เริ่มลดลง จนโกคุโฮเมียร์ขอโวยวายบ้าง
ฝ่ายเคียวซีเรียนั้น แม้จะนั่งนิ่งไม่พูดอะไรตั้งแต่ทราบข่าวว่าเจ้าชายสึนะซึ่งต้องเลือกคู่ครองเพื่อแต่งงาน กลับถึงจดหมายพร้อมหนีไปพร้อมเจ้าองค์รักษ์ประจำตัวชื่อ โรคุโด่ โมคุโร่ แต่เมื่อเสียงอันดังลั่นไป 3 ทุ่ง 8 ทุ่ง ของลูกสาวคนเล็ก อยู่ใกล้หูจนเสี่ยงต่อการเป็นมลพิษทางหูของตน ก็งัดทอนฟ่าคู่ใจกระหน่ำไปที่เจ้าของมลพิษดังกล่าว 4-5 ครั้งจนแน่นิ่งไปอีกรอบ
"ยาโมะพีเซีย แม่ฝากดูบ้านและน้องด้วยนะ แม่มีภารกิจต้องทำไปตามฆ่าไอ้แมวขโมย โรคุโด่ โมคุโร่ ก่อน " เคียวซีเรียเดินจากไปพร้อมเช็คเลือดจากหัวลูกสาวตัวเองออกจากทอนฟ่า
......................................................................................................
THE END
ขออนุญาต เอาของเดิมมาลงบล็อคสักนิดกั้นร้าง เพราะตอนนี้นังมดกำลังใกล้กระอักเลือดกับการปั่น + ตัดฟิคเฉพาะกิจให้คุณ (ท่าน) น้องพลอยอยู่ ดังนั้นฟิคทุกเรื่องดองไปก่อน (555 ไม่ต้องถามถึง enought นะ คิคิ แต่งไปได้แค่ 3 บรรทัด อ้ากกกกกกก เก้าอี้ปาใส่ หลบได้ หลบได้ อัก! เจอเท้าปริศนาจากเซย์ถีบแทน)
ปล. ขออภัยคนที่อ่านแล้วทุกคนนะ ที่ลงซ้ำ
edit @ 8 Mar 2010 20:24:21 by mod1234